ARTICLES

Why Use the DISC Model ?
7352 Viewer

 

คำถาม: รู้ DISC ไปแล้วได้ประโยชน์อะไร
คำถาม: DISC Model ดีกว่า Model อื่นๆ อย่างไร

 

รู้ DISC ไปแล้วได้ประโยชน์อะไร

           ตอบแบบกระชับตรงประเด็นได้ว่า ประโยชน์จากการได้เรียนรู้เข้าใจเรื่อง DISC model นี้มีอยู่ 4 อย่างคือ

           - ช่วยให้ตระหนักในความแตกต่าง ถ้าเราเพียงแค่รู้อย่างผิวเผินว่าคนเราแตกต่าง เราก็จะยังคาดหวังตัดสินผู้อื่นจากมุมมองของเรา ใครไม่ทำตามที่เราคิด แสดงลักษณะพฤติกรรมที่เราไม่อยากเห็นไม่อยากได้ยินก็มีแนวโน้มที่เราจะบอกว่าผิด ไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าเราตระหนักว่าคนเรามีความแตกต่าง มุมมองวิธีคิดของเราจะเปลี่ยนไป จะพยายามเรียนรู้และเข้าใจว่าจะอยู่กับความแตกต่างอย่างไรให้มีความสุข และเกิดประโยชน์สูงสุด

           - รู้จักเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น มีคำกล่าวว่าคนจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยรู้จักตัวเอง ถ้าเป็นจริงดังคำกล่าวก็น่าเป็นห่วง เรียนรู้ DISC ช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น รู้ถึงจุดแข็งจุดเด่นของตนเองที่มีอยู่มากมาย ดึงออกมาใช้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันตัวเราเองก็มีจุดอ่อนอยู่หลายๆอย่าง ถ้าเรารู้ก็จะได้ระมัดระวังหรือหาทางแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเรา

           - สามารถอ่านวิเคราะห์ลักษณะของผู้อื่นได้ คนจำนวนมากมักบอกว่าเรียนรู้เรื่อง DISC เหมือนเรียนรู้วิชาหมอดู และไม่ต้องขอวันเดือนปีเกิดตกฟากอะไร เพียงแค่จากการพูดคุย การฟัง การสังเกต เราสามารถบอกได้ว่าเพื่อนร่วมงานเราเป็นคนอย่างไร ลูกน้อง หัวหน้า ลูกค้าของเราเป็นคนอย่างไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร แนวโน้มของพฤติกรรมที่จะแสดงออกมา ทำให้เรามีความเข้าใจในตัวพวกเขาเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น

           - รู้วิธีปรับพฤติกรรมการกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซุนวูบอกว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครา” เมื่อรู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร ผู้ที่เราต้องทำงานร่วมด้วยเป็นคนอย่างไร เราก็สามารถปรับรูปแบบวิธีการของเราให้สอดคล้องกับแต่ละความแตกต่างนั้น ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลูกค้าก็ตาม พูดโดยรวมก็คือสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในการบริหารคนได้ 360 องศา เป็นการยกระดับทักษะเรื่องคนของเรานั่นเอง

 

DISC Model ดีกว่า Model อื่นๆอย่างไร

           ขอเรียก DISC model ว่าเป็นเครื่องมือ และเป็นเครื่องที่นำมาช่วยเราในการบริหารคน เครื่องมือทำนองเดียวกันนี้มีอยู่หลายๆตัวที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อาทิเช่น MBTI, Big Five, Enneagram (นพลักษณ์) และอาจมีเครื่องมือที่ใช้หลักการทำนองเดียวกันนี้ แต่มีการปรับแต่งและเรียกชื่อให้แตกต่างกันออกไปอีกมากมาย กับคำถามที่ว่าแล้ว “DISC Model ดีกว่า Model อื่นๆอย่างไร” คำถามนี้ตอบได้ยาก การจะบอกว่าเครื่องมือตัวนี้ดีกว่าตัวนั้นหรือต้องตัวนี้ถึงจะดีที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละบุคคล เช่นความชอบ ความสนใจ หรือความถนัด ซึ่งก็มีความหลากหลายแตกต่างกันไป ในมุมมองของผู้เขียนนั้น ทุกเครื่องมือที่กล่าวมาล้วนมีข้อดีทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราสามารถเรียนรู้จนเกิดความเข้าใจ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราและหน่วยงาน ดังนั้นแทนที่จะมาดูว่าเครื่องมือไหนดีที่สุด เราก็จะมาดูว่าเครื่องมือที่เราสนใจนั้นตอบโจทย์และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเราและองค์กรของเราได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไรจะดีกว่า

           มีข้อเด่นอยู่สามประเด็นหลักๆที่สนับสนุน ให้นำ DISC Model ไปใช้งาน คือ

           1. เป็นที่ยอมรับ เป็นเครื่องมือที่มีที่มาที่ไป มีแนวคิดทฤษฎีรองรับ มีความน่าเชื่อถือ ผ่านการค้นคว้าวิจัยโดยอาศัยหลักวิชาการ เป็นที่ยอมรับและนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกในองค์กรชั้นนำต่างๆ

           2. เรียนรู้ง่าย หลักการของ DISC มีความง่ายในการทำความเข้าใจ ใช้เวลาอ่านหรือเรียนรู้เพียง 20-30 นาทีเท่านั้น เราก็สามารถจำแนกลักษณะความแตกต่างของคนแต่ละสไตล์ได้อย่างไม่ยาก เรียนครั้งเดียวก็เข้าใจและจำไปได้นาน การที่ต้องเรียนรู้เครื่องมือที่มีความสลับซับซ้อนมากๆ จำเป็นต้องใช้เวลาที่มากขึ้น คนส่วนมากพอเจอเครื่องมือที่เข้าใจยาก ต้องใช้เวลา ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง แถมเวลาผ่านไปไม่นานเท่าไรก็ลืมแล้ว ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์อะไร   

           3. ประยุกต์ใช้ได้จริง ด้วยความที่เข้าใจง่าย ไม่มีความสลับซับซ้อน รวมไปถึงหลักการจำแนกแยกแยะความแตกต่าง ใช้การสังเกตพฤติกรรม ที่เราเห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษใดๆ พอเราเรียนรู้จนเข้าใจหลักการแล้วก็สามารถเริ่มนำไปใช้ได้ทันที ที่ใดมีคนมากกว่า 1 คน สามารถนำเครื่องมือนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแน่นอน

­by : Tat Jarusaksri